ดัน “ศพก.กงไกรลาศ” ผงาดแลนด์มาร์กใหม่! รมช.ปิยะรัฐชย์ ชูโมเดลท่องเที่ยวเชิงเกษตร ปลุกเศรษฐกิจชุมชน

เตรียมยกระดับศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เครือข่าย ตำบลป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เป็นต้นแบบการพัฒนา “เกษตรปลอดภัยสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร” โดยมี จ.ส.ท.สุทิน ทองเอ็ม เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2561 เป็นแกนนำในการขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมการเกษตรสู่ชุมชน

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในการลงพื้นที่ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เครือข่าย ตำบลป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ว่า การยกระดับ ศพก. สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่สามารถต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การสร้างรายได้ในรูปแบบใหม่ เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร การแปรรูปสินค้า และการสร้างอัตลักษณ์ชุมชน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรในระดับพื้นที่

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเกษตรกร ร่วมกิจกรรมสาธิตการใช้วัสดุปลูกอินทรีย์ที่ ศพก.กงไกรลาศ
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ นำทีมลงพื้นที่ ศพก.กงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ร่วมกิจกรรมส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต

ปลดล็อกรายได้ เปลี่ยน “แปลงเกษตร” เป็น “แหล่งท่องเที่ยว”

ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการส่งเสริม “เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์” ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรและเครือข่ายในชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก และผลักดันให้ ศพก. เป็นต้นแบบของการพัฒนาในระดับพื้นที่ ที่สามารถเชื่อมโยงภาคการผลิต ภาคการแปรรูป และภาคการท่องเที่ยวเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สวมหมวกสาน กำลังพิจารณาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากชุมชนที่บูธจัดแสดงสินค้ากลางสวนไผ่
รมช.ปิยะรัฐชย์ ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์แปรรูปและผลผลิตเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกร พร้อมผลักดันให้เป็น “สินค้าของฝาก” เกรดพรีเมียม เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนโดยตรง

“ศพก.กงไกรลาศ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการพัฒนาจากฐานชุมชน ที่สามารถยกระดับจากแหล่งผลิตสู่แหล่งเรียนรู้ และต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงฯ ที่ต้องการเห็นเกษตรกรไทยมีรายได้หลากหลาย มีความมั่นคงในอาชีพ และเติบโตอย่างยั่งยืน” รัฐมนตรีช่วยฯ กล่าว

ศพก.กงไกรลาศ โมเดลต้นแบบที่ทำได้จริง

ด้านนายสุริยะ คำปวง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอกงไกรลาศนี้ ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวของเกษตรกรในพื้นที่ที่ต้องการพัฒนาการผลิตและยกระดับคุณภาพชีวิต โดยมีการบริหารจัดการในรูปแบบคณะกรรมการจากคนในชุมชน ครอบคลุมทุกช่วงวัย เพื่อร่วมกันวางแผน พัฒนา และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรผสมผสานและเกษตรปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ ศพก.แห่งนี้ได้ต่อยอดสู่ “การท่องเที่ยวเชิงเกษตร” โดยเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ นั่งรถไถชมสวนไผ่ ชิมน้ำไผ่สด เรียนรู้การเลี้ยงกบ การทำปุ๋ยอินทรีย์ และการแปรรูปสมุนไพร ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์ตรง และเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

doae-executives-visit-goat-farm-kong-krailat-sukhothai
นายสุริยะ คำปวง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่เยี่ยมชมฟาร์มเลี้ยงแพะเนื้อ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมการทำเกษตรแบบผสมผสานของ ศพก.กงไกรลาศ ที่ช่วยกระจายความเสี่ยง สร้างรายได้หมุนเวียน และเป็นจุดเรียนรู้ที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวเชิงเกษตร

รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ให้เกิดอาชีพและรายได้เพิ่มเติม เช่น การเปิดร้านจำหน่ายอาหาร ร้านนวดเพื่อสุขภาพ การให้บริการเปิดเป็นที่พักนักท่องเที่ยว หรือ (home lodge) การจัดกิจกรรมค่ายฝึกอบรมสำหรับนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป สำหรับกิจกรรมการเกษตร มีการดำเนินกิจกรรมอย่างครบวงจร อาทิ การเลี้ยงแพะเนื้อ การปลูกเมล่อนในโรงเรือน การรวบรวมสายพันธุ์บัวทั้งบัวสายและบัวหลวง การปลูกไผ่และพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไผ่ เช่น ชาไผ่ หน่อไม้ดอง การปลูกมะนาวในเข่ง รวมถึงเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิด เช่น หมูแคระ และไก่สายพันธุ์ต่าง ๆ

ก้าวต่อไป เล็งป้าย “มาตรฐานเกษตรอินทรีย์”

พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำบทบาทของ ศพก. ให้เป็น “ศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน” ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ เชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกร และต่อยอดสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่มุ่งพัฒนา ศพก. ให้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ แหล่งสร้างอาชีพ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เชื่อมโยงภาคการเกษตรกับภาคบริการอย่างเป็นรูปธรรม และอยู่ระหว่างการพัฒนาสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และมีแผนขยายกิจกรรมการท่องเที่ยวให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานในอนาคต สร้างรายได้ กระจายโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในชุมชนอย่างแท้จริง

บูธจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตรสดใหม่และสินค้าแปรรูปของชุมชน เช่น กล้วย มะละกอ และผลิตภัณฑ์จากไผ่ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของสวนไผ่
ผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าแปรรูปจากฝีมือคนในชุมชน ถูกนำมาจัดแสดงเพื่อยกระดับสู่การเป็น “สินค้าของฝาก” ประจำแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img

Most Popular