กรมส่งเสริมการเกษตรเอาจริง! ดันเทคโนโลยี AI ปฏิวัติเศรษฐกิจฐานราก ปั้นเจ้าหน้าที่ 1,000 นายเป็น “AI Coach” ลงพื้นที่ติดอาวุธสมองกลให้วิสาหกิจชุมชนกว่า 6.4 หมื่นแห่งทั่วประเทศ หวังอัปเกรดชาวบ้านสู่ “ผู้ประกอบการดิจิทัล” แจกคลังคำสั่ง Prompt กว่า 400 ชุดเจาะตลาดพรีเมียม
วิกฤตบีบให้เปลี่ยน ถึงเวลาฐานรากต้องใช้ Data
นายสุริยะ คำปวง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า วิสาหกิจชุมชนถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับพื้นที่ ซึ่งมีบทบาททั้งด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม ในบริบทของการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุคดิจิทัล วิสาหกิจชุมชนยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการธุรกิจ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนิน “โครงการพัฒนาทักษะการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างสร้างสรรค์และมีธรรมาภิบาล” เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรของกรมฯ และถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรพัฒนาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในทุกระดับ จำนวนกว่า 1,000 คน ผ่านระบบออนไลน์ ให้มีทักษะในการใช้ AI และทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยงเทคโนโลยี (AI Coach)” ในการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่พื้นที่ โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านต่าง ๆ อาทิ
- การวางแผนการตลาดแบบตรงกลุ่มเป้าหมาย (Targeted Marketing)
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่ม
- การวิเคราะห์แนวโน้มตลาด (Demand Forecast)
แจก Prompt มากกว่า 400 รายการ
นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ยังได้รวบรวมและส่งเสริมการเข้าถึงเครื่องมือสนับสนุนการใช้งานจริงสำหรับวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรผู้ประกอบการ ได้แก่ ชุดคำสั่ง AI (Prompt) มากกว่า 400 รายการ และคู่มือการคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) เพื่อช่วยให้วิสาหกิจชุมชนสามารถวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการดำเนินธุรกิจ ตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลรองรับ และลดความเสี่ยงในการลงทุน ทั้งนี้ การส่งเสริมดังกล่าวมุ่งเน้นให้วิสาหกิจชุมชนสามารถนำ AI ไปใช้ได้อย่างเหมาะสม โดยตระหนักถึงหลักจริยธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เป้าหมายสูงสุด ทวีคูณเศรษฐกิจด้วย “แรงคูณทางเศรษฐกิจ”
นายสุริยะ กล่าวเพิ่มเติมว่า การนำ AI มาใช้จะช่วยให้วิสาหกิจชุมชนสามารถลดต้นทุนการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และขยายช่องทางการตลาด โดยเฉพาะการตลาดออนไลน์และการสร้างแบรนด์สินค้า ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและบริการของชุมชน ตลอดจนก่อให้เกิด “แรงคูณทางเศรษฐกิจ” ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับพื้นที่และเชื่อมโยงสู่ภาพรวมของประเทศ โครงการดังกล่าวยังมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงหลักจริยธรรม ลิขสิทธิ์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมตั้งเป้าหมายให้เจ้าหน้าที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม และขยายผลสู่การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนในวงกว้าง
“การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ ไม่เพียงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน แต่ยังเป็นการยกระดับวิสาหกิจชุมชนไทยจากผู้ผลิตไปสู่การเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการ และแข่งขันได้ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมีธรรมาภิบาล” รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรคาดว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ จากการผลิตสินค้าไปสู่การสร้างแบรนด์และมูลค่าเพิ่ม การพึ่งพาตลาดแบบดั้งเดิมไปสู่การใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์และวางแผนธุรกิจ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับวิสาหกิจชุมชนไทยให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว





