กระทรวงพาณิชย์ ประกาศ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาไทย ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจและวิกฤตสภาพภูมิอากาศโลก กางแผนบูรณาการร่วมกระทรวงเกษตรฯ ดูแลผลผลิตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ พร้อมรับลูกข้อเสนอจากสมาคมชาวนาฯ หวังพลิกโฉมข้าวไทยสู่ตลาดพรีเมียมด้วยโมเดล “ข้าวประณีต”
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดการหารือครั้งสำคัญร่วมกับคณะกรรมการสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย พร้อมด้วยตัวแทนเกษตรกรจาก 58 จังหวัด ในเวทีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2569 เพื่อระดมสมองและกำหนดมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกของประเทศ
วิกฤตซ้อนวิกฤต ถึงเวลาต้องเปลี่ยน
รองนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ปัจจุบันภาคการเกษตรไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมข้าว กำลังเผชิญหน้ากับ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง ตลอดจนความแปรปรวนของสภาพอากาศ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณผลผลิตและเสถียรภาพทางรายได้ของเกษตรกร

แผน 3 ระยะ ผ่าตัดข้าวไทยตั้งแต่รากจรดรวง
เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์เตรียมผนึกกำลังกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยมุ่งเป้าดูแลระบบนิเวศของอุตสาหกรรมข้าวอย่างครบวงจร พร้อมกันนี้ ภาครัฐได้รับมอบข้อเสนอแนะจากทางสมาคมฯ ซึ่งประกอบด้วย มาตรการเร่งด่วน 6 ประการ และมาตรการระยะยาวอีก 5 ประการ นำมาขับเคลื่อนผ่านยุทธศาสตร์ 3 ระยะ ดังนี้
ต้นน้ำ (อุดช่องโหว่ ลดต้นทุน) เร่งวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพสูงและต้านทานโรค ควบคู่ไปกับการให้ความรู้เรื่องการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างแม่นยำ เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตต่อไร่ของไทยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ (ปัจจุบันเฉลี่ยเพียง 400-700 กิโลกรัม/ไร่ ซึ่งเสียเปรียบประเทศคู่แข่ง)
กลางน้ำ (ยกระดับ แปรรูป เพิ่มมูลค่า) สนับสนุนเครื่องจักรกลและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน เพื่อผลักดันให้เกิดการแปรรูปผลผลิตให้มีความหลากหลายและมีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีอำนาจต่อรองในการขาย และเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงจากภาวะราคาข้าวผันผวน
ปลายน้ำ (รุกตลาด สร้างเสถียรภาพ) นำระบบข้อมูล (Data) และเครื่องมือทางการตลาดสมัยใหม่มาใช้ในการกระจายสินค้าและรักษาเสถียรภาพราคาอย่างเป็นระบบ

ชูไฮไลต์ “ข้าวประณีต” สู่ตลาดโลก
นอกจากมาตรการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างแล้ว นางศุภจี ยังได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ใหม่ในการผลักดันแนวคิด “ข้าวประณีต” ซึ่งเป็นการยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรไทยผ่านการคัดสรรคุณภาพ การบอกเล่าเรื่องราว (Storytelling) และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย เพื่อเจาะกลุ่มตลาดบน (Premium Market) ที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้กับชาวนาไทยในอนาคต





