BigKaset Center รายงาน ข้อมูลล่าสุดจากสมาคมโรงสีข้าวไทย ประจำวันที่ 17 เมษายน 2569 ปรากฏ “กระดานแดง” อย่างชัดเจนในกลุ่มข้าวเปลือกเจ้าและข้าวหอมปทุม ซึ่งสะท้อนถึงการปรับฐานราคาลงอย่างหนักทั่วประเทศ
ข้าวเปลือกเจ้าภาคกลาง “แดงยกแผง”
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในวันนี้คือ ข้าวเปลือกเจ้า (ความชื้น 15%) โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างที่มีการปรับราคาลดลงถ้วนหน้า อาทิ
- สุพรรณบุรี: ปรับลดลงมาอยู่ที่ 7,000 – 7,500 บาท/ตัน
- อยุธยา / พิษณุโลก / นครสวรรค์: ปรับลดลงมาอยู่ที่ 7,100 – 7,500 บาท/ตัน
- สิงห์บุรี (ข้าวหอมปทุม): โดนหางเลขปรับฐานลงมาอยู่ที่ 9,600 – 10,100 บาท/ตัน
อย่างไรก็ตาม นครศรีธรรมราช ยังคงเป็นแชมป์ราคาข้าวเปลือกเจ้าของประเทศ โดยรักษาระดับสูงสุดไว้ได้ที่ 7,800 – 8,200 บาท/ตัน

“หอมมะลิ” ยังเป็นที่พึ่งของชาวนาอีสาน
ในขณะที่ข้าวขาวร่วงระนาว ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ (68/69) ยังคงเป็น “ทองคำขาว” ที่ไม่สะทกสะท้านต่อตลาด โดยพื้นที่ ร้อยเอ็ด, ขอนแก่น, ยโสธร และศรีสะเกษ ยังคงยืนราคารับซื้อสูงสุดที่ 16,500 – 17,500 บาท/ตัน เช่นเดิม

ตลาดขายส่งกรุงเทพฯ: “ปลายข้าวเหนียว” เขียวสวนกระแส
เมื่อเจาะลึกไปที่ ราคาข้าวขายส่งตลาดกรุงเทพฯ แม้ว่าข้าวขาว 5% และรำข้าวขาวจะขึ้นป้ายแดงปรับราคาลดลง แต่มีเซอร์ไพรส์สำคัญโผล่ขึ้นมาบนกระดาน นั่นคือ ปลายข้าวเหนียวใหม่ 68/69 ที่มีแรงซื้อหนุนจนราคาดีดตัวเป็น “สีเขียว” พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 1,650 – 1,700 บาท/100 กก. สวนทางกับบรรยากาศตลาดโดยรวม

ข้อแนะนำจาก BigKaset Center การที่ข้าวเปลือกเจ้าปรับฐานลงพร้อมกันหลายพื้นที่ สะท้อนถึงรอบการกดราคารับซื้อของโรงสีหลังเปิดทำการ เกษตรกรที่มียุ้งฉางและยังไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทุน ควร “ชะลอการขาย” ในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ออกไปก่อน เพื่อรอให้ฝุ่นตลบและกลไกตลาดกลับเข้าสู่สมดุล



