กระทรวงเกษตรฯ ประกาศสงครามทุเรียนอ่อน! สั่งตั้งด่านสกัดล้งเถื่อน-สวมสิทธิ์ GAP พร้อมชูงานวิจัยทุบสถิติสารตกค้างลำไยเกือบศูนย์ บุกตลาดจีนปี 69

ปลัดวิณะโรจน์ นั่งแท่นประธานคุมเข้มส่งออกผลไม้ เผยข่าวดีงานวิจัยแก้ปัญหา “ซัลเฟอร์ฯ ในลำไย” สำเร็จ! เตรียมเจรจา GACC เปิดด่านด่วน ขณะเดียวกันสั่งลงดาบพักใบอนุญาตล้งทำผิดซ้ำ ย้ำต้องรักษาชื่อเสียงทุเรียนไทยในเวทีโลก

บรรยากาศการประชุมคณะทำงานติดตามแก้ไขปัญหาการส่งออกสินค้าเกษตร ณ กระทรวงเกษตรฯ
คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ร่วมประชุมเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาสารตกค้างในลำไยและมาตรการคุมเข้มทุเรียน

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามแก้ไขปัญหาการส่งออกสินค้าเกษตรตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 135 เพื่อเร่งแก้ไขวิกฤตสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในลำไยตามมาตรฐานใหม่ของจีน ที่กำหนดให้มีสารตกค้างได้ไม่เกิน 50 mg/kg (หรือ 50 ppm) ซึ่งที่ประชุมได้เปิดเผยความสำเร็จของงานวิจัยการจัดการลำไยด้วยวิธีแช่กรดเกลือร่วมกับโซเดียมเมตาไบซัลไฟต์ โดยผลทดสอบล่าสุดพบสารตกค้างในระดับต่ำมากจนเกือบไม่พบสารตกค้าง (Not Detected) ขณะเดียวกันสามารถยืดอายุเก็บรักษาได้ 21 วัน และมีอายุวางจำหน่ายได้นานถึง 5 วัน อย่างไรก็ตาม ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้สั่งการให้เร่งพัฒนาต่อยอดเพื่อลดต้นทุนการผลิตที่ยังสูงกว่าวิธีเดิม และปรับปรุงเทคนิคเพื่อรักษาผิวลำไยให้เป็นสีเหลืองทองตามความต้องการของตลาดจีน ก่อนจะนำข้อมูลทางวิชาการนี้ไปเจรจากับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) เพื่อสร้างมาตรฐานการปฏิบัติร่วมกันที่เอื้อต่อการค้าในเชิงพาณิชย์

งานวิจัยชี้ชัด! วิธีแช่กรดเกลือยืดอายุลำไย 21 วัน ไร้สารตกค้างกวนใจตลาดจีน

สำหรับการบริหารจัดการเส้นทางขนส่งและคุณภาพสินค้า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์โลจิสติกส์ปี 2568-2569 ที่ใช้เส้นทางขนส่งทางบกเป็นหลัก ได้แก่ เส้นทาง R3A (ด่านโม่ฮาน) และเส้นทางรถไฟ (ลาว-จีน) ซึ่งมีอุปสรรคด้านการขาดแคลนน้ำมัน และโบกี้รถไฟที่มีจำนวนน้อยต่อวัน ที่ประชุมจึงมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามแก้ไขอุปสรรคเรื่องการขาดแคลนน้ำมันใน สปป.ลาว และการขยายโควตาตู้รถไฟเพื่อลดความแออัดหน้าด่านโม่ฮาน สำหรับสถานการณ์ทุเรียนไทยในจีนพบว่ายังมีความต้องการสูงและราคาดี แม้ทุเรียนพันธุ์กระดุมจะเกิดปัญหา “เต่าเผา” (เมล็ดไหม้) แต่พบทุเรียนอ่อนน้อยลง นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมพร้อมรับมือผลผลิตลำไยภาคเหนือที่จะกระจุกตัวในช่วงกลางปีนี้กว่า 5 แสนตัน ผ่านการกระจายสินค้าไปยังเส้นทางเดินเรือใหม่ (แหลมฉบัง-ยันเทียน) และเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจปล่อยสินค้า ณ ด่านชายแดนให้รวดเร็วยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันสินค้าตกค้างจนเสื่อมคุณภาพ

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เน้นย้ำมาตรการเด็ดขาดควบคุมคุณภาพทุเรียนส่งออก
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อรักษาชื่อเสียงทุเรียนไทย

เปิดมาตรการเด็ดขาดคุมคุณภาพทุเรียน: ตั้งด่านสกัดทุเรียนอ่อน-ล้างบางสวมสิทธิ์ GAP

ทั้งนี้ นายวิณะโรจน์ได้เน้นย้ำถึงมาตรการเด็ดขาดในการควบคุมคุณภาพทุเรียนส่งออก โดยเฉพาะปัญหาทุเรียนอ่อนและการสวมสิทธิ์ใบรับรอง GAP ซึ่งได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดบูรณาการร่วมกับส่วนจังหวัดภาคตะวันออกตั้งจุดตรวจก่อนตัดกว่า 50 จุด และตั้งด่านสกัดกั้นบนถนนสายหลักอย่างเข้มงวด หากพบโรงคัดบรรจุหรือล้งใดกระทำความผิดซ้ำจะดำเนินการพักใช้ใบอนุญาตทันทีตั้งแต่ 30 ถึง 90 วัน รวมถึงประสานหน่วยงานตรวจรับรองเพื่อยกเลิกมาตรฐานโรงงาน ทั้งนี้เพื่อรักษาชื่อเสียงและความเชื่อมั่นในคุณภาพทุเรียนไทยในตลาดโลกอย่างยั่งยืน พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ลดความผิดพลาดด้านการออกเอกสารส่งออก เพื่อไม่ให้กลายเป็นอุปสรรคทางเทคนิคที่ทำให้สินค้าถูกกักกัน ณ ด่านปลายทางในประเทศจีน อีกด้วย

ที่ประชุมกระทรวงเกษตรฯ วางแผนโลจิสติกส์รับมือฤดูกาลผลไม้ภาคเหนือปี 69
การเตรียมความพร้อมเส้นทางขนส่ง R3A และรถไฟ (ลาว-จีน) เพื่อรองรับผลผลิตลำไยกว่า 5 แสนตัน
RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img

Most Popular