เราอยากเห็นคนไทยที่ ‘ประหยัดขึ้น’ และคนไทยที่ ‘พึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน’

“อนุทิน” สั่ง WFH ยกระดับรับมือสงครามน้ำมัน – เมื่อการประหยัดไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอดเดียวของชาติ

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านช่องทางออนไลน์ ยอมรับสงครามตะวันออกกลางขยายวงโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดหาน้ำมันดิบของไทย สั่งยกระดับมาตรการประหยัดพลังงานในส่วนราชการเป็น “ภาคปฏิบัติเข้มงวด” พร้อมขอความร่วมมือภาคเอกชนและประชาชนร่วมฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

BigKaset Center มองว่า วิกฤตโครงสร้างพื้นฐาน เมื่อ “น้ำมัน” ไม่ได้แค่แพง แต่กำลังจะ “ขาดแคลน” ซึ่งนายกฯ ยอมรับว่าการโจมตีโรงกลั่นในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และอุปทานทั่วโลก แม้ไทยจะมีสำรองน้ำมันสูง แต่การที่นายกฯ ใช้คำว่า “มิอาจบริหารจัดการรูปแบบเดิมได้” สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังกังวลเรื่อง “ความมั่นคงทางพลังงาน” ในระยะยาว หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดตาย ขณะที่การสั่ง WFH ในภาคราชการอย่างเข้มงวด คือการลด “Demand” น้ำมันในประเทศเพื่อสำรองไว้ใช้ในภาคส่วนที่จำเป็นที่สุด นั่นคือ “ภาคการผลิตและการขนส่งสินค้าเกษตร” เพื่อไม่ให้โซ่อุปทานอาหารหยุดชะงัก

ครม. ชุดใหม่กับ “ภารกิจกู้ซากปากท้อง”

การเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณในวันนี้ (6 เม.ย. 69) ของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ คือการนับหนึ่งของการบริหารราชการแบบ “เต็มรูปแบบ” นายกฯ ย้ำว่าจะสร้างโอกาสมาชดเชยสิ่งที่สูญเสียไป สิ่งที่น่าจับตาคือ “มาตรการชดเชยต้นทุนเกษตรกร” ท่ามกลางค่าน้ำมันพุ่ง ซึ่งสิ่งที่ต้องติดตามต่อในหลังจากนี้ คือ ครม. ชุดใหม่จะเร่งผลักดันมาตรการอะไรออกมาเพิ่มเติม เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและปัจจัยนำเข้าจากต่างประเทศที่กำลังวิกฤต

วิกฤตฮอร์มุซ คือบทพิสูจน์ “พลังคนไทย”

นายกฯ ทิ้งท้ายด้วยความเชื่อมั่นว่าไทยจะฝ่าวิกฤตได้เหมือนทุกครั้ง แต่ความจริงที่ต้องมอง คือครั้งนี้ต่างจากวิกฤตโควิด เพราะเรากำลังสู้กับ “ต้นทุนที่มองไม่เห็น” หาก ครม. ชุดใหม่สามารถเปลี่ยนวิกฤตพลังงานให้เป็นโอกาสในการปฏิวัติสู่ “พลังงานสะอาด” โดยเฉพาะในภาคเกษตรได้อย่างรวดเร็ว ไทยจะกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิม

คำถามสำคัญที่ทิ้งไว้ให้เราขบคิด เมื่อฝุ่นควันสงครามจางลง เราจะเห็นประเทศไทยที่ “ประหยัดขึ้น” หรือประเทศไทยที่ “พึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน” กันแน่

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img

Most Popular