กระทรวงเกษตรฯ เปิดโต๊ะเจรจาประวัติศาสตร์ร่วมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หลังเกษตรกรโคนมสุดทนถูกกดราคาและเผชิญวิกฤตนมผงนำเข้าทะลัก ปลัดวิณะโรจน์ประกาศกร้าว นมโรงเรียนต้องสดแท้ 100% สั่งปศุสัตว์เอกซเรย์ทุกหยด หากเจอผู้ประกอบการหัวหมอใช้นมผงปลอมปนสั่งเชือดทิ้งห้ามยุ่งเกี่ยววงการนม

กสม. ลงสนาม หลักฐานความล้มเหลวของกลไกราคา?
BigKaset Center มองการหารือระหว่าง นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ยกระดับ “ราคานมดิบ” จากเรื่องเศรษฐกิจไปสู่เรื่อง “สิทธิมนุษยชน” การที่ กสม. ต้องเข้ามาหารือร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ สะท้อนว่าปัญหา “ราคานมดิบตกต่ำ” ไม่ใช่แค่เรื่องอุปสงค์-อุปทานปกติอีกต่อไป
เพราะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอาจกำลังเผชิญกับ “การค้าที่ไม่เป็นธรรม” หรือการถูกเอารัดเอาเปรียบจากโครงสร้างราคาที่กดทับมานาน ในยุค FTA 2569 ที่ภาษีนมผงนำเข้าแทบเป็นศูนย์ การที่นมไทยสู้ไม่ได้จนเกษตรกรต้องไปร้องเรียน กสม. แสดงว่า “สิทธิในการประกอบอาชีพ” และ “การแข่งขันที่เป็นธรรม” กำลังถูกสั่นคลอนอย่างหนักจากนโยบายเสรีการค้าที่รัฐบาลอาจเยียวยาไม่ทั่วถึง

“นมผงปลอมปน” มะเร็งร้ายในโครงการนมโรงเรียน
ปลัดเกษตรฯ กำชับเรื่องการ “ตัดสิทธิ์ทันที” หากพบการนำนมผงมาผสมในนมโรงเรียน เพราะโครงการนมโรงเรียนคือ “เค้กก้อนใหญ่” ที่ควรเป็นทางรอดของน้ำนมดิบสดแท้ 100% แต่หากผู้ประกอบการแอบใช้ “นมผงนำเข้าราคาถูก” มาปลอมปนเพื่อฟันกำไรส่วนต่าง นั่นคือการฆ่าเกษตรกรไทยทางอ้อม แต่มาตรการตัดสิทธิ์จะศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน? ในเมื่อขบวนการนี้มีเครือข่ายซับซ้อน การที่ปลัดฯ ดึงกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และกรมปศุสัตว์มานั่งร่วมโต๊ะกับ กสม. ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลเตรียมใช้มาตรการ “ตรวจสอบย้อนกลับ” และการตรวจ DNA น้ำนมเพื่อกำจัดนอมินีผูกขาดนมโรงเรียน

FTA คือวิกฤตที่ต้องใช้ “นวัตกรรม” สู้
การที่รัฐบาลเล็งปรับรูปแบบไปสู่สินค้ามูลค่าสูงอย่าง ครีม และ เนย (สอดคล้องกับที่สหกรณ์กำแพงแสนกำลังทำ) คือทางออกเดียวที่จะอยู่รอดในระยะยาวแต่ในระยะสั้น “ความโปร่งใสของนมโรงเรียน” คือลมหายใจเดียวที่เหลืออยู่ของเกษตรกรรายย่อย “หากสิทธิในการขายน้ำนมดิบในราคาที่เป็นธรรมยังทำไม่ได้ นโยบายความมั่นคงทางอาหารของไทยก็เป็นเพียงแค่ตัวหนังสือ”
คำถาม ถึง องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)
- ในฐานะหน่วยงานหลัก อ.ส.ค. มีระบบ ‘Digital Tracking’ หรือไม่ ที่จะรายงานให้ประชาชนทราบได้ทันทีว่า นมกล่องที่เด็กๆ ดื่ม มาจากฟาร์มไหนและไม่มีการผสมนมผง 100%
- การที่ต้องพึ่งพา กสม. สะท้อนว่าโครงสร้าง ‘คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม’ (Milk Board) ปัจจุบัน มีตัวแทนเกษตรกรน้อยเกินไปจนไม่มีอำนาจต่อรองกับผู้ประกอบการใช่หรือไม่
- หากมีการขยายกลุ่มผู้ได้รับสิทธินมโรงเรียน รัฐบาลเตรียมงบประมาณอุดหนุนส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นไว้อย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อสหกรณ์ในระยะยาว



