กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศเตรียมรับมือขั้นสูงสุด ปะทะปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) ที่ส่อเค้าทวีความรุนแรง คุกคามภาคการเกษตรทั่วประเทศ “สุริยะ” สั่งการด่วนระดมสรรพกำลังกรมชลประทานและกรมฝนหลวงฯ งัด 4 ยุทธศาสตร์รุก คุมเข้มน้ำทุกหยด พร้อมดึงเทคโนโลยีและแอปพลิเคชัน “พิรุณราช” เข้าช่วยเหลือและเตรียมเยียวยาเกษตรกรอย่างทันท่วงที

4 ยุทธศาสตร์เหล็ก “กักเก็บ-เติมน้ำ-ปรับเปลี่ยน-เฝ้าระวัง”
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมเชิงรุกเพื่อรับมือกับผลกระทบจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้เกิดภาวะอากาศร้อนจัดและปริมาณฝนทิ้งช่วงจนอาจนำไปสู่วิกฤตภัยแล้งเป็นวงกว้าง โดยได้สั่งการเร่งด่วนให้ทุกหน่วยงานในสังกัดบูรณาการความร่วมมือ ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก “กักเก็บ-เติมน้ำ-ปรับเปลี่ยน-เฝ้าระวัง” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรให้ได้มากที่สุด ดังนี้
- 1. สั่งการให้กรมชลประทานคุมเข้มการปล่อยน้ำจากเขื่อนหลัก โดยจัดลำดับความสำคัญให้การอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก พร้อมวางแผนส่งน้ำผ่านระบบคลองอย่างรัดกุม เพื่อหล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตรที่รอการเก็บเกี่ยวไม่ให้ได้รับความเสียหาย
- 2. มอบหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จัดตั้ง “หน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว” สแตนด์บายในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งซ้ำซาก เพื่อขึ้นบินปฏิบัติการเติมน้ำลงอ่างเก็บน้ำและสร้างความชุ่มชื้นให้พื้นที่เพาะปลูกและป่าไม้ทันทีที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย
- 3. รณรงค์และสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนแผนการเพาะปลูก หันมาปลูกพืชระยะสั้นที่ต้องการน้ำน้อยแต่มีมูลค่าสูงและมีตลาดรองรับชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะพืชผลยืนต้นตาย
- 4. มอบหมายให้ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมประเมินและออกมาตรการเยียวยาอย่างรวดเร็ว
ปลัดเกษตรฯ ขานรับ! ตั้ง “หน่วยเฉพาะกิจ” ดันแอป “พิรุณราช” เข้าถึงไว
ด้านนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันความพร้อมในการสนองนโยบาย โดยได้เร่งจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อเฝ้าระวังผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งจากเอลนีโญอย่างใกล้ชิด พร้อมดึงเครือข่ายอาสาสมัครเกษตรฯ เข้ามามีส่วนร่วมเป็นกลไกสำคัญในการกระจายข่าวสาร แจ้งเตือน และให้คำแนะนำในการดูแลผลผลิต ไปจนถึงการเตรียมแผนเคลื่อนย้ายปศุสัตว์ในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน

นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มช่องทางการเข้าถึงความช่วยเหลือ ด้วยการยกระดับการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ผ่านแอปพลิเคชัน “ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช” (Pirunraj Agricultural Service Center) เพื่อความสะดวกรวดเร็วของประชาชน
พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ผนึกกำลังบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทาน เพื่อวิเคราะห์ทิศทางสภาพอากาศและปริมาณน้ำ นำไปสู่การจัดทีมลงพื้นที่ให้คำแนะนำและวางแผนเพาะปลูกที่แม่นยำร่วมกับเกษตรกร ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ และเตรียมมาตรการช่วยเหลือเพื่อประคับประคองรายได้และความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรให้ก้าวข้ามวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างราบรื่น





