กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ เมื่อมีกระแสข่าวสะพัดว่ารัฐบาลกำลังเตรียมงัดไม้ตาย “พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท” เพื่อกู้วิกฤตสภาพคล่องของประเทศ แม้ล่าสุด นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะออกโรงเบรกกระแสข่าว โดยชี้แจงว่าเป็นเพียง “การหารือถึงความจำเป็นเบื้องต้น” ยังไม่มีข้อสรุปหรือนำเข้า ครม. แต่ภาพสะท้อนที่ออกมาทำให้สังคมตั้งคำถามดังๆ ว่า… สรุปแล้วรัฐบาลกำลังถังแตกใช่หรือไม่?
รัฐบาล จ่อกู้ 5 แสนล้านโปะคลังถังแตก
เมื่อมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลเตรียมงัด “พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท” เพื่อกู้วิกฤตประเทศ สะท้อนภาพรวมเสถียรภาพทางการเงินของไทยเต็มๆ แม้ล่าสุด นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกโรงชี้แจงด่วน ถึงแนวคิดการออก พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้ต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะ ว่า เรื่องนี้ยังห่างไกลความเป็นจริง ปัจจุบันเป็นเพียงการหารือถึงความจำเป็นเบื้องต้นเท่านั้น ภาพรวมของรัฐบาลยังไม่ได้มีข้อสรุป และยังไม่มีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ติดหล่มหนี้ 7 หมื่นล้าน! งบ “ไทยช่วยไทย” สะดุด?
ปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลกำลังเผชิญ คือการติดหนี้ “เงินคงคลัง” ที่ยืมมาใช้ในช่วงปี 2567-2568 ซึ่งพอกพูนสูงถึง 70,000 ล้านบาท ตามกฎหมาย หากรัฐบาลมีการทำ พ.ร.บ.งบประมาณ หรือโอนงบใดๆ ก็ตาม “ต้องนำไปชดใช้หนี้ก้อนนี้ก่อน” เป็นอันดับแรก ข้อจำกัดนี้ส่งผลให้เม็ดเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการเรือธงอย่าง “ไทยช่วยไทย” ไม่สามารถนำมาแจกจ่ายอัดฉีดเข้าสู่ระบบได้ทันทีตามที่เคยวางแผนไว้
ข่าวดี! แผนสำรองฉุกเฉิน ดึงงบกลาง 2 หมื่นล้าน ลุยเฟสแรก พ.ค. นี้!
อย่างไรก็ตาม แม้งบก้อนใหญ่จะติดล็อกข้อกฎหมาย แต่นายภราดร ยืนยันว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย” จะไม่รอถึงเดือนกรกฎาคม โดยรัฐบาลจะดึง “งบกลาง” ที่เหลืออยู่ประมาณ 20,000 ล้านบาท มาอัดฉีดเป็นเฟสแรกในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถครอบคลุมประชาชนได้มากกว่า 10 ล้านคน ก่อนที่งบประมาณก้อนใหม่จะเข้ามาสมทบในเดือนมิถุนายน
ลุ้นเม็ดเงิน 2 หมื่นล้าน ถึงมือชาวนาทันฤดูเพาะปลูกหรือไม่?
การอัดฉีดเงินเฟสแรกในเดือน “พฤษภาคม” ถือเป็นนาทีทองของเกษตรกร เพราะเป็นจังหวะเริ่มต้นฤดูเพาะปลูกพอดี หากกลุ่มเกษตรกรถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย 10 ล้านคนแรก เม็ดเงินนี้จะเป็นสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต ช่วยต่อลมหายใจในการซื้อปัจจัยการผลิต ทั้งปุ๋ย ยา และเมล็ดพันธุ์ ได้อย่างทันท่วงที ท่ามกลางวิกฤตต้นทุนที่กำลังพุ่งสูง
ยุค “รัฐบาลกระเป๋าแฟบ” สัญญาณเตือน งบเกษตรหดตัว
BigKaset Center มองว่า การที่รัฐบาลมีภาระต้องโปะหนี้คงคลังถึง 7 หมื่นล้านบาท และกำลังถกเถียงเรื่องการกู้เงินเพิ่ม สะท้อนให้เห็นว่า “งบประมาณประเทศกำลังตึงตัวอย่างหนัก” สิ่งที่เกษตรกรไทยต้องระวังคือ โครงการช่วยเหลือขนาดใหญ่ในอนาคต อาจถูกตัดงบหรือจ่ายล่าช้ากว่าเดิม เพราะรัฐบาลไม่มีกระสุนเงินสดเหลือมากพอ เกษตรกรจึงต้องเร่งปรับตัว ลดต้นทุน และพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุดในยุคที่ “รัฐบาลกระเป๋าแฟบ”




