ชาวประมงอุบลรัตน์ยิ้มออก! จับกุ้งก้ามกรามโกยรายได้หลักหมื่นต่อคืน กรมประมงโชว์ผลลัพธ์ปล่อยพันธุ์กุ้ง 5 ล้านตัว พลิกฟื้นเศรษฐกิจขอนแก่นปี 69

อธิบดีฐิติพร เผยภารกิจ Fisheries Connect สำเร็จงดงาม! หลังลงพื้นที่ประเมินผลพบชาวประมงจับกุ้งได้สูงสุด 30 กก./คืน สร้างรายได้กว่า 20,000 บาท ตอกย้ำความอุดมสมบูรณ์คลังอาหารชุมชนที่ยั่งยืน

เปิดสถิติฟื้นฟูทรัพยากร ปล่อยพันธุ์กุ้งสะสมปีละ 5 ล้านตัว สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 1.5 ล้านบาท

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “กุ้งก้ามกรามเขื่อนอุบลรัตน์” นับเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดขอนแก่น ด้วยรสชาติดีและเป็นที่ต้องการของตลาด กรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดขอนแก่น กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด จึงได้ดำเนินการผลิตและปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์และแหล่งน้ำโดยรอบอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2524 ปีละกว่า 3–5 ล้านตัว ภายใต้โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ และได้มีการติดตามและประเมินผลการนำไปใช้ประโยชน์อย่างใกล้ชิด  โดยปรากฎว่าสามารถเพิ่มผลผลิตได้เฉลี่ยถึงปีละกว่า 2,000 กิโลกรัม  คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.5 ล้านบาทต่อปี

สำหรับในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้ปล่อยกุ้งก้ามกรามลงเขื่อนอุบลรัตน์มากกว่า 4 ล้านตัว และปล่อยลงสู่แม่น้ำพองอีกประมาณ 1 ล้านตัว  ส่งผลให้ทรัพยากรฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ชาวประมงในพื้นที่โดยเฉพาะอำเภออุบลรัตน์ สามารถจับกุ้งก้ามกรามได้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณลำน้ำพอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของภารกิจการผลิตและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำของกรมประมง ที่มุ่งฟื้นฟูทรัพยากร เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่และสอบถามชาวประมง ระหว่างวันที่ 1-4 เมษายน 2569 พบว่าสามารถจับกุ้งก้ามกรามได้ต่อเนื่อง ตั้งแต่บริเวณบ้านห้วยทราย ไปจนถึงฝายหนองหวาย ครอบคลุมระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร มีชาวประมงราว 20 ราย  โดยบางรายสามารถจับกุ้งได้สูงสุดถึง 30 กิโลกรัมต่อคืน สร้างรายได้มากกว่า 20,000 บาท  ขณะที่ภาพรวมมีผลจับรวมกว่า 150 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 100,000 บาท

นายบุญมี ทองโพธิ์ ชาวประมงเขื่อนอุบลรัตน์ ตัวแทนชุมชนขอบคุณกรมประมงที่ช่วยสร้างรายได้
นายบุญมี ทองโพธิ์ วัย 73 ปี หนึ่งในชาวประมงที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการ

เสียงสะท้อนจากหัวใจชาวประมง: “มีกิน มีใช้ มีเงินส่งลูกเรียน” เพราะกุ้งก้ามกรามกรมประมง

นายบุญมี ทองโพธิ์ อายุ 73 ปี  หนึ่งในตัวแทนชาวประมงในชุมชนรอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ได้กล่าวว่า“ต้องขอขอบคุณทางกรมประมงอย่างมากที่ได้นำกุ้งก้ามกรามมาปล่อยต่อเนื่อง ทำให้พวกผมได้มีอยู่ มีกิน มีเงินให้ลูกหลานได้ไปโรงเรียน ถ้ากรมประมงไม่เอากุ้งมาปล่อย ผมก็ไม่รู้ว่าจะได้มีกินมีใช้แบบนี้ไหม” ซึ่งสอดคล้องกับชาวประมงในพื้นที่รายอื่น ๆ ได้ยืนยันตรงกันว่า สามารถจับกุ้งก้ามกรามได้จริง และมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

อธิบดีกรมประมงกล่าวเพิ่มเติมว่า  สำหรับกุ้งก้ามกรามที่พบในแหล่งน้ำจืดส่วนใหญ่นั้นมีที่มาจากการเพาะพันธุ์ของกรมประมงและปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เนื่องจากวงจรชีวิตของกุ้งก้ามกรามในระยะตัวอ่อนจำเป็นต้องอาศัยน้ำกร่อย ก่อนจะกลับมาเติบโตในน้ำจืด ดังนั้น การที่ชาวประมงสามารถจับกุ้งก้ามกรามได้จำนวนมากในครั้งนี้ จึงเป็นผลจากการดำเนินงานของกรมประมง ที่ได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรท้องถิ่น ในการบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกัน  ตลอดจนปลูกจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้มีผลผลิตที่ยั่งยืนสามารถใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว

กุ้งก้ามกรามเขื่อนอุบลรัตน์ ผลผลิตคุณภาพดีที่เป็นที่ต้องการของตลาด
กุ้งก้ามกรามสดๆ จากเขื่อนอุบลรัตน์ สัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้หลักหมื่นให้ชาวบ้าน

นอกจากนี้ กรมประมงยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้และการสร้างอาชีพให้กับชุมชนรอบเขื่อนอุบลรัตน์  โดยได้ร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดสร้างโรงเพาะกุ้งก้ามกรามเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเพาะเลี้ยง และส่งเสริมอาชีพให้แก่ชุมชน เพื่อเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามรองรับความต้องการใช้ประโยชน์ของชาวประมงและชุมชนโดยรอบเขื่อนที่มีกว่า 2,000 ครัวเรือน ควบคู่ไปกับการศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและการใช้เทคโนโลยีในการผลิต รวมถึงติดตามและประเมินผลการปล่อยกุ้งก้ามกรามในอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

อธิบดีกรมประมง กล่าวฝากในตอนท้ายว่า ขอความร่วมมือพี่น้องชาวประมงและประชาชนในพื้นที่ ให้ช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรกุ้งก้ามกราม เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว โดยทำการประมงอย่างถูกวิธี ไม่ใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย และหลีกเลี่ยงการจับลูกกุ้งที่มีขนาดเล็ก เพื่อเปิดโอกาสให้กุ้งเจริญเติบโตและเพิ่มมูลค่าได้มากขึ้น  หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน เชื่อมั่นว่าเขื่อนอุบลรัตน์จะเป็นคลังอาหารสำคัญที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชนได้อย่างยั่งยืน

บรรยากาศการทำประมงในเขื่อนอุบลรัตน์ วิถีชีวิตที่กลับมาคึกคักหลังการฟื้นฟูทรัพยากร
บรรยากาศการทำประมงในเขื่อนอุบลรัตน์ วิถีชีวิตที่กลับมาคึกคักหลังการฟื้นฟูทรัพยากร

 

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img

Most Popular