กรมพัฒนาที่ดินโชว์ผลสำเร็จ! ปฏิรูป “ดินเปรี้ยวทุ่งรังสิต” ทะลวงขีดจำกัดทำนา ทุบสถิติผลผลิตพุ่ง 1.2 ตันต่อไร่ สู้วิกฤตโลกร้อนปี 69

อธิบดีสุมิตรา กางสูตรเด็ดฟื้นฟูดินกรดจัดด้วย “ปูนมาร์ล-ปูนโดโลไมต์” ผสมปุ๋ยหมักคุณภาพสูง เผยผลลัพธ์สุดอึ้ง! เกษตรกรลดต้นทุนปุ๋ยเคมีได้กว่า 800 บาทต่อไร่ พร้อมประกาศขยายผลต้นแบบจัดการดิน-น้ำ ยกระดับความมั่นคงทางอาหารทั่วไทย

ระบบจัดการน้ำและปรับรูปแปลงนาทุ่งรังสิต แก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจัด กรมพัฒนาที่ดิน
การปรับรูปแปลงนาและพัฒนาระบบควบคุมกระจายน้ำ ต้นแบบจัดการดินเปรี้ยวจัดสู้ภัยแล้งและโลกร้อน

พลิกฟื้น “ดินเปรี้ยวจัด” ด้วยนวัตกรรมการจัดการดินและน้ำระบบบูรณาการ

นางสาวสุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ปัญหาดินเปรี้ยวจัดซึ่งมีความเป็นกรดสูงและธาตุอาหารพืชไม่สมดุล ส่งผลให้พืชไม่เจริญเติบโต เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเกษตรมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในภาวะที่สภาพอากาศแปรปรวนและเกิดภัยแล้งถี่ขึ้น ยิ่งทำให้ดินเสื่อมคุณภาพและกระทบต่อผลผลิตของเกษตรกร ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพพื้นที่ทุ่งรังสิตแบบบูรณา โดยส่งเสริมการปรับรูปแปลงนา การพัฒนาระบบควบคุมและกระจายน้ำให้มีประสิทธิภาพ ทำให้เกษตรกรมีน้ำใช้เพียงพอในช่วงแล้ง และยังช่วยลดความเป็นกรดในดินในช่วงต้นฤดูกาลผลิต รวมถึงการปรับปรุงดิน ด้วยการสนับสนุนปูนมาร์ลหรือปูนโดโลไมต์ ร่วมกับปุ๋ยหมักและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง เพื่อปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง และฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน ให้เหมาะสมต่อการเพาะปลูกและเพิ่มศักยภาพการผลิตพืชในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดได้อย่างชัดเจน

ลักษณะดินเปรี้ยวจัด ทุ่งรังสิต ที่มีความเป็นกรดสูงและธาตุอาหารไม่สมดุล
ตัวอย่างดินเปรี้ยวจัดที่มีความเป็นกรดสูง อุปสรรคสำคัญในการเพาะปลูกที่ต้องได้รับการปรับปรุงดินอย่างถูกวิธี

เปิดสถิติหลังปรับปรุงดิน ผลผลิตข้าวพุ่ง 3 เท่า ลดต้นทุนปุ๋ยเคมีกว่า 800 บาทต่อไร่

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นชัดเจนในระดับพื้นที่ พบว่า เกษตรกรต้นแบบที่มีการปรับปรุงดินตามมาตรการที่เหมาะสมสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวจากเดิมที่ผลิตได้ประมาณ 300 – 500 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 1,000 – 1,200 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะเดียวกันสามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ 500 – 800 บาทต่อไร่ เนื่องจากมีระบบบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพดินที่ดีขึ้น สามารถควบคุมความเป็นกรดของดินได้เหมาะสม นอกจากนี้ ระบบควบคุมและกระจายน้ำส่งผลให้ปลูกพืชเศรษฐกิจที่หลากหลาย ทำให้เกษตรกรมีรายได้และความมั่นคงในอาชีพมากขึ้น สามารถวางแผนการเพาะปลูกได้แม่นยำ ผลิตพืชได้ต่อเนื่องตลอดปี และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ

เกษตรกรทุ่งรังสิตร่วมวางแผนการจัดการดินและน้ำสู้โลกร้อน กับกรมพัฒนาที่ดิน
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเกษตรกรในพื้นที่ทุ่งรังสิต เพื่อสร้างต้นแบบการจัดการดินและน้ำอย่างยั่งยืน

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพียงการแก้ปัญหาดิน แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศเกษตรที่ยั่งยืนที่ที่สามารถรับมือกับภาวะโลกร้อนได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติของการบริหารจัดการน้ำ การฟื้นฟูดิน และการลดการใช้สารเคมี ซึ่งมีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ในระยะต่อไปกรมพัฒนาที่ดินมุ่งขยายผลแนวทางการจัดการดินและน้ำนี้ไปยังพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดและพื้นที่ดินเสื่อมโทรมทั่วประเทศ เพื่อยกระดับความมั่นคงด้านอาหาร เพิ่มขีดความสามารถของภาคเกษตรในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมพัฒนาที่ดิน โทร. 1760 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.ldd.go.th

เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน อบรมเกษตรกรทุ่งรังสิต เรื่องเทคนิคการทำนาในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด
กรมพัฒนาที่ดินลงพื้นที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีการปรับปรุงดินเปรี้ยวจัด และแนวทางการใช้ปูนมาร์ลอย่างถูกวิธีแก่เกษตรกร
RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img

Most Popular